Posted in news

เด็กออกกําลังกายดีอย่างไร

การออกกําลังกายช่วยป้องกันภาวะอ้วนในเด็กเล็กที่มักเกิดจากการทานขนมกรุบกรอบ​การเอาแต่นั่งๆ​ นอนๆ ​ดูทีวี​นอกจากนี้การเคลื่อนไหวร่างกายจะช่วยกระตุ้นให้ร่างกายสร้างฮอร์โมนการเจริญเติบโต​ช่วยด้านระบบการย่อยอาหารและการขับถ่าย​สร้างมวลกระดูกกล้ามเนื้อที่ส่งผลให้เด็กมีการเจริญเติบโตที่ดี​ความสูงเพิ่มขึ้น​น้ำหนักตัวเหมาะสม​

นอกจากนี้ยังมีผลการวิจัยทั่วโลกบอกว่า​หากเด็กมีกิจกรรมทางกายทุกวันจะทําให้ผลการเรียนดีขึ้น​ เพราะเด็กจะมีร่างกายแข็งแรง​คล่องตัวอารมณ์แจ่มใส​และยังทําให้สมองของเด็กตื่นตัวในทุกมิติ​ โดยเฉพาะด้านการคิดวิเคราะห์​ การตัดสินใจ​สมาธิ​และความจํา​รวมถึงการสร้างมนุษยสัมพันธ์กับผู้อื่น

พัฒนาการของเด็กแต่ละวัยกับการออกกําลังกาย
เด็กแต่ละวัยมีพัฒนาการที่แตกต่างกัน​ดังนั้นการเลือกการออกกําลังกายก็ควรเลือกให้เหมาะสมกับพัฒนาการในวัยนั้นๆ
เด็กทารก (แรกเกิด-1 ปี)​ เด็กวัยนี้จะมีพัฒนาการในการหัดเดินและการขยับร่างกาย​กิจกรรมเคลื่อนไหวร่างกายที่เหมาะคือ​การฝึกขยับกล้ามเนื้อ​เช่น​ท่ากําาหรือคว้า​ท่าดึง​และท่าผลัก​เป็นต้น
วัยอนุบาล-เด็กเล็ก (2-6 ปี)​ เด็กวัยนี้เริ่มมีพัฒนาการทางกล้ามเนื้อดีขึ้นตามลําดับ จะชอบวิ่ง​ชอบกระโดด​ชอบการโยนขว้าง​และชอบเตะบอล​ชอบเล่นเครื่องปีนป่าย​และชอบเล่นน้ำ​ โดยวัยนี้ไม่ควรให้ออกกําาลังกายที่ตั้งกฎ​กติกา​หรือมีระเบียบ​และต้องบอกกับเด็กเสมอว่า​“นี่คือการเล่น” สิ่งที่ต้องระวังคือเรื่องอุบัติเหตุ​เช่น ​หกล้ม​ เพราะเด็กวัยนี้ยังมีการประสานงานระหว่างสมอง​ตา​ กล้ามเนื้อไม่ดีพอ​แต่ก็เป็นวัยที่ควรออกกําลังกายหรือมีกิจกรรมทางกายที่กระฉับกระเฉงทุกวัน
เด็กวัยประถม (7-12 ปี)​ เด็กวัยนี้จะมีพัฒนาการทางกล้ามเนื้อการเคลื่อนไหวที่สมบูรณ์ขึ้น​สามารถจัดการเล่นที่มีความซับซ้อนเพิ่มกว่าเด็กวัยอนุบาล​เล่นโดยมีกฎระเบียบกติกาได้บ้าง​แต่ต้องเข้าใจง่าย ​และควรส่งเสริมให้เด็กเล่นกีฬาหลากหลายประเภท ​เพื่อเป็นการพัฒนาทุกส่วนของร่างกาย​โดยให้ใช้การเคลื่อนไหวร่างกายหลากหลายสลับกันไป​และเด็กวัยนี้ต้องการมีส่วนร่วมในกิจกรรมหลายประเภท​ ซึ่งมีความสนุกและตอบสนองต่อความสนใจของพวกเขาเพื่อพัฒนาทักษะความสามารถพัฒนาการของเด็กแต่ละวัยกับการออกกําลังกาย
ตัวอย่างกิจกรรมออกกําลังกายสําหรับเด็กเล็ก

หลักสําคัญสําหรับการออกกําลังกายในเด็กเล็กที่จะทําให้เด็กสนใจการออกกําลังกายก็คือ​ ต้องทําให้เด็กรู้สึกสนุกกับกิจกรรมนั้นๆ ​เหมือนเป็นการเล่น​เพราะเด็กจะไม่อยากออกกําลังกายถ้าไม่มีความชอบกับกิจกรรมนั้นๆ​หรือรู้สึกว่าถูกบังคับ​ดังเช่นตัวอย่างกิจกรรมออกกําลังกายต่อไปนี้
เล่นกระโดดข้ามขอนไม้
วิธีการ : ผู้ใหญ่นั่งบนพื้นเหยียดขาสองข้าง​แยกเท้าสองข้างประมาณ​1​ฟุต​ให้เด็กกระโดดข้าม
ผลที่ได้รับ​:​ ฝึกให้เด็กใช้ความสัมพันธ์ระหว่างขากับสายตาในการก้าว​โดยฝึกการประมาณความสูงของขาที่ยกข้ามไป
เล่นลอดใต้สะพาน
วิธีการ : ผู้ใหญ่คร่อมตัวบนพื้น​เหยียดแขนขาสองข้างเป็นสะพาน​ให้เด็กวิ่งรอบตัว​พอจะลอดใต้สะพานให้ย่อตัวลง​หรือจะคลานลอดใต้สะพานไปก็ได้
ผลที่ได้รับ​:​ช่วยส่งเสริมให้เด็กฝึกใช้ความสัมพันธ์ระหว่างแขนขาทั้งสองข้างกับการประมาณระยะความสูง
เล่นกระโดดข้ามห้วย
วิธีการ : นําาเทปกาวหรือชอล์กขีดเส้นตรงไว้เพื่อกําหนดขอบเขตบนพื้น​(เหมือนเป็นเขตห้วยหรือลําธาร)​แล้วให้เด็กกระโดดข้าม​ อาจจะให้เด็กกระโดดข้ามโดยการเปลี่ยนความกว้างของเทปกาวออกทีละนิด​แต่ต้องคอยระวังเด็กจะลื่นล้ม
ผลที่ได้รับ​:​​ ฝึกการเหวี่ยงแขนทั้งสองข้างเพื่อกระโดดโดยใช้สองขา​จะสังเกตพัฒนาการของเด็กจากการแกว่งแขนและย่อขาเพื่อกระโดด
เล่นแซมซันทรงพลัง
วิธีการ : ให้เด็กยืนห่างจากกําแพงเล็กน้อย​ลํา าตัวตรงและส้นเท้าอยู่ติดพื้น​แล้วใช้มือสองข้างยันกําแพงดันและค่อยๆ​ผ่อนลง​เอาจมูกแตะกําแพงทําสลับกัน​ในขณะเดียวกันบอกเด็กว่า​เน้นการยืดเหยียดแขน​อก​ น่อง​ ข้อเท้าถามเด็กว่า​รู้สึกตึงที่ขาและน่องใช่ไหม
ผลที่ได้รับ​:​ฝึกให้เด็กมีการหดยืดกล้ามเนื้อ​เน้นการทํายืดเหยียดกล้ามเนื้อแบบง่ายๆ​ไม่ซับซ้อน
เล่นจิงโจ้กระโดด
วิธีการ : ผู้ใหญ่จับมือสองข้างของเด็กไว้แล้วให้เด็กกระโดด​(อาจจะกระโดดเร็วช้าสลับกันก็ได้)ถ้าเด็กเหนื่อยก็หยุด​หายเหนื่อยก็กระโดดใหม่
ผลที่ได้รับ​:​ เพื่อฝึกการใช้ขาทั้งสองข้างให้สัมพันธ์กัน​เมื่อหายใจแรงหอบ​แสดงว่าเหนื่อย​ให้หยุดกระโดดเป็นช่วงๆ